"แก้วจอมแก่น"
           เรื่องแก้วจอมแก่นนี้ เป็นบทพระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
โดยใช้พระนามแฝงว่า แว่นแก้ว ซึ่งหลังจากที่พระองค์ได้ทรงพระราชนิพนธ์ออกมาแล้วนั้นก็ทำให้เรื่องนี้
เป็นที่นิยมกันอย่างมาก
           จุดมุ่งหมายของการแต่งเรื่องนี้ก็คือ  เพื่อส่งเสริมสังคมในด้านความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันของ
 ครอบครัวและให้ความรู้กับเยาวชนเชิงสร้างสรรค์อ่านแล้วเข้าใจง่าย และให้ผู้ชมได้รับสาระที่แฝงไปด้วย
ข้อคิด คติเตือนใจในหนังสือเล่มนี้ เช่น ความรักความอบอุ่นในครอบครัว การอบรมดูแลลูก
ความรักสามัคคีระหว่างเพื่อน พี่น้อง ประเพณี วัฒนธรรม ฯลฯ ที่แม้จะมิได้มุ่งสอนโดยตรง
แต่ก็ได้สอดแทรกเอาไว้อย่างแนบเนียนภายในหนังสือ ทำให้เมื่อผู้ที่อ่านแล้วได้รับความรู้ต่างๆ
เข้าไปจากอารมณ์การอ่านเมื่อจำเนื้อเรื่องได้ ก็จะนำวิธีดีๆจากข้อคิดของเรื่องนี้นำมาปรับใช้
ในชีวิตประจำวัน
           เนื้อเรื่องย่อของเรื่องนี้มีว่า แก้วจอมแก่น” เป็นเรื่องราวที่ทรงพระราชนิพนธ์ถ่ายทอด
จากประสบการณ์ของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ในขณะที่ยังทรงพระเยาว์บ้าง
จากการจินตนาการของพระองค์เองบ้างประกอบกันเป็นเรื่องราวของ แก้ว เด็กหญิงน่ารักวัยประมาณ
๙ ขวบอยู่ในครอบครัวที่อบอุ่นมีคุณพ่อ คุณแม่ที่รักใคร่เอาใจใส่ ลูก ๆ เป็นอย่างดี พี่สาวที่เรียนเก่ง คือ
พี่ไก่ ในวัยประมาณ ๑๓-๑๔ ปีที่ใฝ่ฝันอยากจะเป็นครู และน้องสาวหนึ่งคนคือ น้องเล็ก ในวัยประมาณ
๖-๗ ปี ที่ชอบร้องเพลงเป็นงานอดิเรก 
        แก้ว เป็นเด็กที่มีความร่าเริงแจ่มใส มีความมั่นใจในตัวเองมีความเป็นผู้นำและความคิดสร้างสรรค์
จึงกลายเป็นแก่นและซนในสายตาของผู้ใหญ่ และมักจะเป็นหัวโจกในหมู่พี่น้องและผองเพื่อนอยู่เสมอ
อันได้แก่ นิด กับ หน่อย ที่เป็นลูกชายของ ป้าจ้อย พี่สาวของคุณพ่อ อึ่งกับอ๊อด ลูกสาวและลูกชายของ
คุณลุงคุณป้า อ้อย หลานคุณป้าเอิบ ป๊อก, เปี๊ยก, ป้อม, อ้วน ฯลฯ เพื่อนนักเรียนในชั้น ป.๔ นอกจากนี้แก้วยังเป็นเด็กที่รักสัตว์และชอบเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นหมา แมว ปลา ฯลฯ อันแสดงถึงความเมตตาที่มีอยู่ในใจ
ต่แก้วก็มักจะสร้างวีรกรรม ทั้งที่เป็นการทำดีบ้างและบางทีก็ทำให้ผู้ใหญ่ถึงกับส่ายหน้า แต่ก็ไม่มีใครโกรธแก้วได้ลงซักที ซึ่งเนื้อเรื่องจะมีลักษณะแบบจบในตอนแบบต่อเนื่อง และมักจะแฝงสาระหรือข้อคิดที่ไม่หนักจนเกินไปสำหรับเด็กเป็นตอน ๆ เรื่อยไป 
        นอกจากนี้ยังมีคนรุ่นหนุ่มสาว เช่น พี่หนู พี่ชายคนโตของนิดกับหน่อย พี่สุทธิ เพื่อนบ้านที่ใจดีและชอบเล่นกับแก้วเป็นพิเศษ ครูสุมน ครูสาวประจำวิชาภาษาไทย ครูจินตนา สอนวิชาพลศึกษา ครูเสือ ที่ค่อนข้างดุสมกับสมญาที่เด็ก ๆ ช่วยกันตั้งให้ ฯลฯ ซึ่งตัวละครเหล่านี้จะช่วยเพิ่มรสชาติและความสนุกสนานในแต่ละตอน
        ความประทับใจที่ผมมีต่อเรื่องนี้    หลังจากที่ผมได้อ่านเรื่องนี้แล้ว ตอนแรกผมก็รู้สึกสนุกมากๆเลยครับ มันน่าสนใจเพราะกล่าวถึงเรื่องของเด็กๆที่เล่นซุกซน ขี้สงสัย ทำให้ผมได้มีความรู้ใหม่ๆจากการที่ผมได้อ่านหนังสือเล่มนี้ แล้วตอนนั้นผมก็ยังเป็นเด็กที่ดูจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับ ตัวละครในหนังสือ ทำให้ผมมีอารมณ์ร่วมและมีจินตนาการในการอ่านอย่างมากขึ้นครับ ในบางครั้งผมก็จะเอาหนังสือเล่มนี้ไปให้คุณพ่อ คุณแม่อ่านให้ฟังท่านก็จะอ่านไป แล้วก็สอนผมไปเรื่อยๆด้วย
        เรื่อง"แก้วจอมแก่น"นี้ยังได้รับการนำมาทำเป็น ละคร การ์ตูน แล้วผมก็ได้มีโอกาสได้ชมทั้ง การ์ตูนและละครเลยด้วยมันสนุกมากๆเลยครับ ผมดูเท่าไหร่ก็ดูไม่เบื่อ เพราะในแต่ละรูปแบบก็จะมีการนำเสนอที่แตกต่างกันไป แต่ผมก็พบถึงข้อคิดที่มันคล้ายๆกันในแต่ละตอนที่จะแทรกข้อคิดเรื่องการเสียสละ ความมีน้ำใจและเห็นใจผู้อื่น ในเนื้อเรื่องต่างๆก็จะมีการกล่าวถึงวัฒนธรรมที่ดีงามของชาวไทยที่กระทำกันในวันงานประเพณีต่างๆ ทำให้ตอนเด็กๆนั้นผมได้ทราบว่า มีวันสำคัญวันนั้นทำไม แล้วต้องทำอะไรบ้างในวันนั้น
                                     
           ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วผมก็อยากเชิญชวนเพื่อนๆให้ได้มาลองหาหนังสือดีๆเล่มนี้อ่าน ในหนังสือเล่มนี้มีเรื่องราวที่สนุก และแฝงไปด้วยข้อคิดที่ดีๆ อีกอย่างในบางช่วงตอนก็เป็นประสบการณ์ในชีวิตของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีอีกด้วย ซึ่งสามารถหาซื้อหนังสือเล่มนี้ได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วไป หรือสะดวกโดยการสั่งซื้อได้ที่ http://www.nanmeebooks.com/book/online_cat1_detail.php?bid=6&isbn=4715-14-6 หรือเว็บอื่นๆได้อีกครับผม
           หนังสือเล่มนี้ยังมีหนังสือที่สามารถอ่านควบคู่กันไปหรือจะอ่านเป็นเล่ม 1 เล่ม 2 ก็ได้ นั่นก็คือ หนังสือเรื่อง"แก้วจอมซน" ซึ่งทุกคนสามารถสั่งซื้อเป็นเซตได้เลยที่http://porkhabookclub.weloveshopping.com/template/a03/showproduct1.php?pid=16161946&shopid=4194
                               หากมีเรื่องดีๆที่น่าสนใจจะมานำเสนอให้ได้ทราบกันอีกครับ Embarassed
                                                  
โดย: นายนนทนัตถ์ ประสิทธิกุล ม.4/1 เลขที่ 17

edit @ 18 Feb 2012 20:26:28 by Titi Tele-Zoom

edit @ 18 Feb 2012 20:29:33 by Titi Tele-Zoom

edit @ 18 Feb 2012 20:33:15 by Titi Tele-Zoom

edit @ 18 Feb 2012 20:35:20 by Titi Tele-Zoom

edit @ 18 Feb 2012 20:36:06 by Titi Tele-Zoom

edit @ 18 Feb 2012 20:36:41 by Titi Tele-Zoom

edit @ 18 Feb 2012 20:39:27 by Titi Tele-Zoom

edit @ 18 Feb 2012 20:44:58 by Titi Tele-Zoom

edit @ 18 Feb 2012 20:48:41 by Titi Tele-Zoom

edit @ 21 Feb 2012 22:51:15 by Titi Tele-Zoom

 
ในครั้งนี้ ที่เพื่อนๆได้ไปทัศนศึกษานั้น ผมไม่สามารถไปได้เนื่องจาก ติดภารกิจถ่ายภาพ ที่ รร. 
ดังนั้น ผมขอเล่าความประทับใจของ สถานที่อื่น ๆ ละกันนะครับบ 
 
ซึ่งนั่นคือ ประเทศ "ญี่ปุ่น" ครับบบ 
 
ผมได้ไปมาเมื่อประมาน 4 ปีที่แล้วครับบบ ตอนนั้นผมได้ไปกับบริษัททัวร์ บริษัทหนึ่ง
ผมนั่งเครื่องบินไป ที่ เมือง "ฟูกูโอกะ" ซึ่งอาจจะไม่ใช่เมืองหลวง แต่ก้คึกคัก และสวยงามอย่างยิ่งครับ
ตอนแรก ก่อนจะขึ้นเครื่อง ผมก้ตื่นเต้นๆ ตามประสาเด็กแหละครับบ 
ตอนนั้นใส่เสื้อผ้าพร้อมรบกับความหนาวเลยครับ หนาบึกก เมื่อ เครื่องลงจอดดที่สนามบิน "ฟูกูโอกะ" 
ผมก้ได้พบกับสิ่งที่เรียกว่า "ร้อนมาก" ครับบ ผมเลยจัดแจงถอดเสื้อ ออก จน เริ่มเย็น 
ความคิดแรกที่ วิ่งเข้ามาในหัวตอนนั้นคือ เมืองเขา สะอาดมาก กก ก ครับบ 
 
หลังจากนั้น ไกด์ ได้พาไปทานอาหารเที่ยง อาหารเขาอร่อยมากครับบ 
เมื่อกินเสร็จ เขาก็ได้พาผมไป ชมสถานที่ต่าง ๆ ใกล้เคียงโดยนำรถไปจอดแล้วให้เดินเอาครับ 
เมือง และ พลเมืองของประเทศเขานั้น เรียบร้อยมากครับ เป็นระเบียบมาก 
ตอนนั้นหิวน้ำมาก ความรู็สึกแรกคือ "ต้องกินน้ำอยางประหยัด" ครับ เพราะ น้ำที่นั่น แพง มากก ครับ
หลังจากนั้นผมก้ ได้เดินไปที่ต่าง ๆ รู้สึกได้ถึงความสะอาดอย่างมาก ๆ ของเขา ไม่มีเศษ ขยะแม้แต่ชิ้นเดียว
ขาเดินกลับไปที่รถ ผมได้เห็นร้าน ไอศรีมร้านหนึ่ง ผมได้สั่ง รสชาเขียว คำแรกที่ได้กินเข้าไป ผมรู้สึกว่า ทำไมมันอร่อยแตกต่างจากไอศรีม ที่บ้านเรามากมายขนาดนี้ 
 
หลังจากนั้นไกด์ได้พาผมไปที่ กลางเมือง ซึ่งเป็นเหมือนแหล่งธุรกิจมากมายมีร้านขายของ ต่างๆ มากมาย
วันนั้น ผมกำลังเดินอยู่ ที่ ฟุตบาท แล้วก้มีจักรยานคันหนึ่ง ขับมาชนแขนผม เขาดีมากเลยครับ รีบจอดจักรยานแล้วมาดู ผมว่าเป็นอะไรรึเปล่า เจ็บรึเปล่า ซึ่งแสดงถึงความรับผิดชอบที่มีอยู่ในตัวของ พลเมืองประเทศนี้
ซึ่งทำให้ผมนั้น ถึงกับอึ้งเลยทีเดียวครับ 
 
หลังจากนั้นน ทางไกด์ได้พาไปที่โรงแรมก่อนเพื่อที่จะเอา ของไปเก็บใว้ เพราะเรายังต้องไปอีกหลายที่
โรงแรมนี้ สวยมากก มีส่วนที่ออกแบบโดยผสมผสาน ความเป็นญี่ปุ่นกับความโมเดิร์น ด้วยกัน และ
ยังมีส่วนที่ ออกแบบให้ ออกมาเป็น ญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ซึ่งสวยงามมากครับ
 
หลังจากที่เราได้เก็บของเรียบร้อยแล้ว ไกด์ก้พา ไป เยี่ยมชมปราสาทโบราณของที่นั่นมีความ ดั้งเดิมและ
คงใว้ซึ่งวัฒนธรรมอันเก่าแก่ของญี่ปุ่น
ต่อจากนั้นผมได้ไป บ่อน้ำพุร้อน ผมไม่สามารถจำชื่อได้ สถานที่ของเขานั้นยังสะอาดเหมือน ที่อื่น เช่นเคยย 
และหลังจากนั้น ผมได้ ไปอีกหลายๆ  ที่ โดยหลาย ๆ ทาง และผมเห็นหลายๆอ่านที่แน่ชัดคือ เมืองของเขานั้นสวยจริง ๆ ครับ
 
ทริปนี้ผมได้ใช้เวลา 5 วัน 4คืน ซึ่งถือว่า คุ้มมากครับ เมื่อถึงเวลาต้องกลับ ผมมีความรู้สึกไม่อยากกลับซะแล้วสิครับ
เพราะเมืองนี้ สวยงาม มาก และ ทันสมัยมากครับ

ดังนั้น ความประทับใจอย่างมากของผมคือ ความสะอาดเป็นระเบียบเรียบร้อยของผู้คนที่นี่
เป็นสิ่งที่สุดยอด ครับ 

โดย: นายนนทนัตถ์ ประสิทธิกุล ม.4/1 เลขที่ 17
edit @ 3 Feb 2012 23:16:55 by Titi Tele-Zoom

edit @ 3 Feb 2012 23:22:56 by Titi Tele-Zoom

edit @ 3 Feb 2012 23:44:27 by Titi Tele-Zoom

edit @ 21 Feb 2012 22:51:43 by Titi Tele-Zoom

Nikon D4

posted on 19 Jan 2012 09:03 by nonthanat
  กล้อง Nikon D4 ได้ประกาศตัวเมื่อวันที่ 06 / 01 / 2012 เป็นกล้อง ตัวท๊อปสุดของค่าย
ซึ่ง Nikon ได้ใส่เซ็นเซอร์รับภาพ FX-format CMOS ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด (36.0 x 23.9 มม.)
ความละเอียด 16.2 ล้านพิกเซล ความไวแสง ISO 100 ถึง 12800 และยังปรับลดได้ถึง ISO 50 (Lo-1)
และสูงสุดเทียบเท่า ISO 204800 (Hi-4) ซึ่ง รับแสงได้ดีที่สุดที่ Nikon เคยใส่มา
และยังมี ระบบ Advanced Scene Recognition ที่มีความแม่นยำมากขึ้นด้วยเซ็นเซอร์วัดแสง 91k-pixels RGB ซึ่งเป็นที่สุด และยังสามารถ ถ่ายภาพต่อเนื่อง ได้ ถึง 12 Frame/seconds 
และยังสามารถถ่าย วีดีโอ FullHd (1920 x 1080/30p) พัฒนาด้านความเร็ว ฟังก์ชั่นที่หลากหลาย
ระบบประมวลผลภาพรุ่นใหม่ EXPEED3 ประสิทธิภาพสูง และ ระบบโฟกัสอัตโนมัติ 51 จุดที่ได้เพิ่มประสิทธิภาพการโฟกัสในสภาวะแสงน้อยได้ต่ำถึง -2EV นอกจากนั้นยังมีการตอบสนองการทำงานรวดเร็ว
ภายใน 0.12 วินาที*หลังเปิดสวทิซ์ และระยะเวลาหน่วงชัตเตอร์สั้นเพียง 0.042 วินาที
และทางNikon ยังร่วมมีกับ Sony ผลิตช่องบรรจุเมมโมรี่การ์ดคู่ (Dual Card Slots)
รองรับ CF Card UDMA7 และเมมโมรี่การ์ดชนิดใหม่ XQD ที่รองรับการถ่ายโอนข้อมูลที่
ความเร็วสูงสุด 125MB/วินาที ไวท์บาลานซ์อุณหภูมิสีปรับขั้นได้ละเอียดถึง 10 เคลวิน
ช่องมองภาพแบบปริซึมกระจกครอบคลุมการมองเห็น 100% (FX Format)
อัตราการขยายประมาณ 0.7x จอ LCD มอนิเตอร์ขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียด 921k-dot แบบกันรอยขีดข่วน
ดังนั้น กล้องตัวนี้ ถือเป็น กล้องที่ดีที่สุดของ Nikon ณ เวลานี้ ซึ่ง ราคา
ไม่สูงมากก ประมาณ 289,000 .-
ถ้ามีเวลา ก้ ลองหาซื้อมาเล่นกันนะครับ
 
นี่คือหน้าตาของเจ้า Nikon D4 นะครับ 
 

โดย: นายนนทนัตถ์ ประสิทธิกุล ม.4/1 เลขที่ 17

edit @ 1 Feb 2012 21:40:59 by Titi Tele-Zoom

edit @ 2 Feb 2012 09:29:13 by Titi Tele-Zoom

edit @ 2 Feb 2012 09:32:46 by Titi Tele-Zoom

edit @ 21 Feb 2012 22:52:03 by Titi Tele-Zoom

Intro..

posted on 19 Jan 2012 08:55 by nonthanat
ผม นนทนัตถ์ ประสิทธิกุล ผมเป็นคนชอบถ่ายรูปป ผมได้สร้างบล็อกนี้เพื่อ ส่งงานเพื่อคะแนนเก็บเท่านั้นนครับผมม ;D

edit @ 19 Jan 2012 09:27:56 by Farthong405